ปล่อยให้ “การยึดเหนี่ยวจิตใจ” เป็นหน้าที่ของ “เสียงเพลง”

อาการเสพติดเสียงเพลง

“เสียงเพลง” มีบทบาทสำคัญมาก ๆ ในการเติมเต็มอะไรบางอย่างให้กับชีวิต แม้ว่านขณะนั้นคุณจะรู้สึกเศร้า ท้อแท้ ความสุขก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละนิด แถมเพลงบางเพลงยังช่วยเปลี่ยนวันที่เหนื่อยล้า ให้กลายมาเป็นวันธรรมดา ๆ ที่ไม่หนักหนาจนเกินไปได้อีกด้วย หากวันนี้ที่คุณรู้สึกไม่มีพลัง และต้องการที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ปล่อยให้เสียงเพลงได้ทำหน้าที่ของมันเถอะนะ

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ที่บทเพลงกลายมาเป็น “นักจิตบำบัด”

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเดินทางของมนุษย์และตัวโน้ต เกิดขึ้นมานานนับหลายปี ถือเป็นการเดินทางที่ยาวนานและมาไกลมาก ๆ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ที่บทเพลงต่าง ๆ กลายมาเป็นนักจิตบำบัดที่พึ่งพาได้ราวกับเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว รู้ตัวอีกทีเมื่อความเศร้าและความเจ็บปวดในจิตใจต้องการ “อะไรบางอย่าง” มาเยียวยารักษา เสียงเพลงก็อยู่กับมนุษย์เราเสมอมา และอยู่แบบนั้นซ้ำ ๆ ทุกวัน ทุกเวลา 

อาการแบบนี้มีชื่อเรียกว่า “Music Addiction” หรืออาการเสพติดเสียงเพลง ทำนองและคำร้องที่เรียงร้อยออกมาในแต่ละเพลง เปรียบเสมือนยาวิเศษ ที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยให้หายดี แถมยังฉุดคนที่จมดิ่งให้ขึ้นมารับอากาศหายใจได้อีกครั้ง

เสียงเพลงซ่อมแซมความเจ็บปวดในใจให้ทุเลาลง

Maria Spychiger นักจิตวิทยาและนักดนตรีวิทยาชาวสวิตเซอร์แลนด์เชื่อว่า ดนตรีและศาสนามีรากฐานเดียวกัน เพราะสามารถปลดปล่อยความรู้สึกที่ยากต่อการทำความเข้าใจด้วยคำพูด มีเพียงเสียงเพลงมากมายที่เปลี่ยนเป็น “มือ” ที่คอยฉุดคนคนหนึ่งให้ขึ้นมาจากวังวนแห่งความเศร้า คล้ายกับศาสนาที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีสติ และใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มากที่สุด

นอกจากนี้เสียงเพลงยังเป็น “เพื่อนที่สนิทมากที่สุดในชีวิต” ทุก ๆ ครั้งที่รู้สึกแย่ก็มีเสียงเพลงที่คอยอยู่ข้างเสมอ ๆ แม้ว่าเนื้อเพลงที่คอยปลอบประโลมจิตใจจะเศร้ายิ่งกว่าชีวิตของผู้ฟังก็ตาม เนื่องจากมนุษย์เรามองว่า เสียงเพลงเป็นเพื่อนสนิทหัวอกเดียวกัน ไม่ใช่ใครอื่นที่เข้ามาทำร้ายความรู้สึกให้เจ็บปวดกว่าเดิม

จึงเป็นเหตุผลง่าย ๆ ที่หลายคนมักมองหาเพลย์ลิสต์โปรดและใช้เวลากับมันตลอดทั้งวัน เพียงเพราะแค่ต้องการคนที่เข้าใจ แม้ว่าจะไม่สามารถโต้ตอบหรือสื่อสารถ้อยคำใด ๆ ออกมาได้แม้แต่ประโยคเดียวก็ตาม

หากมีใครสักคนเอ่ยออกมาเบา ๆ ว่า “เขามีชีวิตอยู่ได้เพราะเสียงเพลง” นั่นไม่ใช่เรื่องที่แปลกหรือน่าขำขันอะไรเลย โดยเฉพาะกับโลกใบนี้ที่เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และเต็มไปด้วยความวุ่นวาย หันไปทางไหนทุกคนก็มีปัญหาของตัวเอง มีแต่เสียงเพลงเท่านั้นที่เข้าใจเรามากที่สุด แล้วคุณล่ะ? มีเพลย์ลิสต์โปรดที่คอยร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยแล้วหรือยัง?